ศัลยกรรมตา

เสริมใต้ตาด้วยซิลิโคน

เสริมใต้ตาด้วยซิลิโคน (Infraorbital Rim Augmentation)

   โครงสร้างกระดูกใบหน้าส่วนบน มีผลต่อลักษณะภายนอกของใบหน้าทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา ความสัมพันธ์ระหว่างลูกตาและขอบกระดูกตาที่ได้สัดส่วนกัน จะทำให้ดวงตาของเราดูเป็นธรรมชาติ แต่หากไม่ได้สัดส่วนก็อาจทำให้มองดูไม่สวยงาม เช่น อาจทำให้ตาลึก หรือตาโปน เป็นต้น

   เพราะว่าขอบกระดูกตาส่วนล่าง และโครงสร้างกระดูกตรงกลางของใบหน้า จะเป็นตัวค้ำจุนเนื้อเยื่อผิวหนัง ในส่วนเปลือกตาล่าง และบริเวณแก้ม ซึ่งปกติในคนอายุน้อย จะมีความนูนของเนื้อบริเวณนี้มาก แต่ถ้าความนูนน้อยเกินไป ไม่ได้สัดส่วนตามอายุที่ควรจะเป็น ก็จะทำให้ใบหน้าดูแก่เกินวัย ซึ่งพบได้ในคนสูงอายุที่โดยธรรมชาติความนูนของขอบตาล่างจะลดลง จนใบหน้าดูเว้า ดูตาลึก ขาดมิติที่สวยงาม ในทางการแพทย์เรียกว่า ใบหน้า negative

   ภาวะที่ดูแก่เกินวัย เช่นร่องใต้ตาลึก ขอบกระบอกตาดูเว้าเกินไป ยิ่งถ้ามีการหย่อนคล้อยของถุงไขมันในกระบอกตาด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้ปัญหานี้หนักขึ้นเป็นทวีคูณ

ในทางการแพทย์มีวิธีแก้ไขหลักที่นิยมอยู่ 3 วิธีคือ

  1. การฉีดสารเติมเต็ม (Filler) บริเวณร่องใต้ตาที่ลึก เพื่อให้ดูร่องเต็มดูอวบอิ่มขึ้น มีข้อดีคือ ใช้เวลาทำไม่นาน ไม่มีแผลให้เห็นภายนอก ส่วนข้อเสียคือ สารเติมเต็มจะอยู่ได้ชั่วคราวประมาณหนึ่งปีโดยเฉลี่ย และจะสลายตัวโดยการดูดซึมของร่างกาย ซึ่งอาจช้าหรือนานกว่านี้เล็กน้อยขึ้นอยู่กับแต่ยี่ห้อ ซึ่งจะต้องมาฉีดซ้ำและเสียค่าใช้จ่ายอีก ในคนที่ร่องตาลึกมากถ้าจะเติมสารเติมเต็ม ให้ร่องตื้นจนใกล้เคียงปกติ จะต้องใช้สารเติมเต็มปริมาณมาก ซึ่งจะทำให้มองเห็นสารเติมเต็มจากภายนอกผิวหนัง ดูสีผิวหนังไม่เหมือนกัน แลดูไม่สวยงาม นอกจากนั้นยังมีรายงานทางการแพทย์ว่ามีการฉีดสารเติมเต็ม เข้าไปในเส้นเลือดและสารนี้ไปอุดตันเส้นเลือดที่มาเลี้ยงดวงตา ทำให้ตาบอด หรือสูญเสียการมองเห็นได้ แม้แพทย์จะระวังตามมาตรฐานแล้วก็ตาม

 

   2. การฉีดไขมัน เข้าบริเวณร่องใต้ตาที่ลึก วิธีการคือ แพทย์จะดูดไขมัน ส่วนอื่นของร่างกาย แล้วนำมาฉีด เข้าบริเวณใต้ตาที่ลึกให้ตื้นขึ้น ซึ่งวิธีการนี้มีข้อจำกัด คือ ไขมันที่นำมาฉีดจะต้องมีชีวิต อยู่ได้ในใต้ผิวหนังบริเวณใต้ตาที่เราฉีด เพราะไขมันเป็นเซลล์ชนิดหนึ่งของร่างกาย จะต้องมีเลือดไปหล่อเลี้ยงมันถึงจะมีชีวิตอยู่ได้ เมื่อไขมันมีชีวิตมันก็สามารถอยู่ใต้ผิวหนังและลดร่องใต้ตาที่ลึกให้ตื้นขึ้นได้ ถ้าเอาตามมาตรฐานการแพทย์สากล ถ้าใช้เครื่องมือดูดเก็บเซลล์ไขมันและวิธีการฉีดที่ถูกต้องแล้วการฉีดไขมันครั้งหนึ่ง เซลล์ไขมันจะมีชีวิตอยู่ ประมาณ 30% ส่วนที่เหลือประมาณ 70% จะสลายตัวไป และจะต้องมีการฉีดซ้ำอีก

      อย่างไรก็ตาม แม้ไขมันจะมีชีวิต และติดอยู่ใต้ผิวหนังใต้ตาแล้วก็ตาม ก็อาจจะไม่สม่ำเสมอ ดูเป็นคลื่นแลดูไม่สวยงาม ที่สำคัญ ปัญหาการฉีดไขมันเข้าเส้นเลือด ก็ทำให้ตาบอดได้เช่นเดียวกับการฉีด Filler

 

  3. การใส่วัสดุทางการแพทย์ (implant) เช่น ซิลิโคนบริเวณขอบกระดูกเบ้าตาล่าง ซึ่งนิยมมากในต่างประเทศ ซึ่งมีข้อดีคือ อยู่ได้ถาวร (จากการที่วัสดุไม่ได้สลายตัวเอง) ทำการผ่าตัดเพียงครั้งเดียว ผลที่ได้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ( เปรียบเสมือนการต่อเติมขอบกระดูกเบ้าตา) ส่วนข้อเสียคือ จะมีแผลผ่าตัดที่จะเป็นทางเข้าของซิลิโคน การดูแลแผลที่ถูกต้องจึงต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์  ปัจจุบันวิธีการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมากสามารถที่จะวางตำแหน่งแผลให้ซ่อนกลืนไปกับขอบตาล่าง และแผลยังสามารถทำให้มีขนาดเล็กเพียงประมาณ 1 เซ็นติเมตร จึงทำให้ปัญหาเรื่องแผลที่จะทิ้งไว้แลดูไม่สวยงามน่าจะลดความกังวลไปได้มาก  

ภาพประกอบ เสริมใต้ตาด้วยซิลิโคน.jpg

การวางซิลิโคนตำแหน่งขอบกระดูกเบ้าตาเปรียบเสมือนการต่อเติมส่วนกระดูกตาให้นูนขึ้นใกล้เคียงกับธรรมชาติ ซึ่งเมื่อมองจากภายนอก แทบดูไม่ออกว่ามีการผ่าตัดมาก่อนหรือไม่ การผ่าตัดสามารถทำได้ในคนอายุน้อย โดยใส่ซิลิโคนเสริมอย่างเดียวเพื่อลดร่องตาลึกซึ่งแผลมีขนาดเล็ก ส่วนในคนไข้ที่มีถุงไขมันใต้ตาย้อย ห้อย นูนออกมา ก็สามารถผ่าตัด นำไขมันออกพร้อมกับเสริมซิลิโคนใต้ตาได้เช่นกันในการการผ่าตัดครั้งเดียว แต่แผลผ่าตัดจะมีขนาดยาวกว่ากรณีที่ผ่าใส่ซิลิโคนเพียงอย่างเดียว 

    อย่างไรก็ตามปัญหาร่องใต้ตา จะแก้ไขได้แค่ไหนเพียงใด จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากแพทย์ก่อนผ่าตัดเสมอ เพื่อตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่เป็นมาตรฐานและได้รับการยอมรับจากสากล รวมถึงเห็นข้อแตกต่างแต่ละวิธี ผลดี ผลเสียก่อนเข้ารับบริการ

รีวิวเสริมใต้ตา ด้วยซิลิโคน :

Untitled-12.jpg

ที่ตั้งคลินิก

เลขที่ 49/6-7 โคราซอน ประชาชื่น ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120

โทร. 080-416-4924 | 094-264-6232

Email : elegance.clinic.th@gmail.com

 เวลาเปิดทำการ

จันทร์-อังคาร-พฤหัส-ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์

เวลา 10:00 - 19:00.

( หยุดทุกวันพุธ )