ศัลยกรรมคาง

เสริมคาง

01.jpg

    “คาง ” เป็นอีกจุดสำคัญของใบหน้า การเสริมคางจึงเป็นการปรับเส้นโค้งให้เหมาะสมลงตัว เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับใบหน้า การเสริมคางมีจุดประสงค์เพื่อทำให้คางที่เล็กหรือถอยไปด้านหลังมากเกินไปยื่นออกมาด้านหน้ามากขึ้น หรือถ้ายื่นเกินไปก็ต้องทำให้กลับเข้ามาให้เข้ารูปมากที่สุด 

………………………………………………………………

เสริมคางด้วยซิลิโคน

คือ การศัลยกรรม ปรับรูปทรงหรือขนาดของคางให้ดูดีขึ้น อาจทำโดยการเสริมวัสดุหรือปรับรูปทรงของกระดูกบริเวณนั้นให้เข้าที่มากขึ้นคางที่สวยได้รูปมีส่วนช่วยให้ใบหน้าดูสวยโดดเด่นได้อย่างไร มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องทำคาง ทำไมสาวๆ ถึงนิยมเสริมคางกัน แล้วทำอย่างไรให้สวยและปลอดภัย เรามาดูข้อมูลกัน

. . . . . . . . . . .

เสริมคางด้วยวิธีใดได้บ้าง???

ฉีดด้วยใช้ไขมันตัวเอง : ด้วยการนำไขมันจุดด้อยมาเสริมให้เป็นจุดเด่น คุณหมอจะดูดไขมันจากต้นขา หน้าท้อง หรือสะโพก ซึ่งเป็นบริเวณที่ร่างกายมีไขมันมากและดีที่สุด นำมาปั่นเพื่อคัดแยกไขมันที่บริสุทธิ์ แล้วฉีดกลับเข้าไปบริเวณที่ต้องการ ต้องดูรูปหน้าโดยรวมด้วยว่าจะต้องฉีดเข้าไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งวิธีนี้มีความปลอดภัยสูงและไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ไขมันนี้สลายเร็ว ซึ่งต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองด้วยวิธีนี้เหมาะกับคนที่มีใบหน้าได้รูปพอสมควรอยู่แล้ว แค่อยากจะทำให้ดูหวานและมีมิติขึ้น แต่ไม่เหมาะกับคนคางน้อยหรือคางหุบเข้าไป

ฉีดด้วยฟิลเลอร์ เป็นวิธีที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารที่ไม่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ไม่มีพิษ เข้าได้กับเนื้อเยื่อ อยู่ได้นาน เห็นผลทันใจ และง่ายสำหรับการฉีด ฟิลเลอร์ที่ฉีดจะอยู่ได้นานเท่าไรขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีดของแพทย์และการดูแลตัวเองหลังฉีด แต่ยังไม่มีรายงานว่า การโดนความร้อน เช่น ซาวน่าหรืออาบน้ำอุ่นทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น

เสริมคางด้วยซิลิโคน คือ กระบวนการศัลยกรรมที่มุ่งปรับรูปทรงหรือขนาดของคางให้ดูดีขึ้น อาจทำโดยการเสริมวัสดุหรือปรับรูปทรงของกระดูกบริเวณนั้นให้เข้าที่มากขึ้นคางที่สวยได้รูปมีส่วนช่วยให้ใบหน้าดูสวยโดดเด่นได้อย่างไร มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องทำคาง ทำไมสาวๆ ถึงนิยมทำกันนัก แล้วทำอย่างไรให้สวยแลปลอดภัย เรามาดูข้อมูลกัน

คำเตือน! ไม่อยากหน้าพังอย่าคิดฉีดซิลิโคนเหลวหลายคนคงเคยได้ยินข่าวดารา พริตตี้ เน็ตไอดอล ที่เคยฉีดซิลิโคนแล้วไหล ย้อย เน่า ต้องไปให้หมอเอาออก ซึ่งวิธีการก็คือขูดซิลิโคนที่อยู่ติดกับคางของเราให้เรียบ ซึ่งจะเจ็บปวดทรมานมาก ผลที่ตามมาคือ คางเหี่ยว ปากเบี้ยว เพราะฉะนั้นแนะนำให้ใช้วิธีเสริมซิลิโคนจะปลอดภัยที่สุด !!!

คาง

การเสริมคางด้วยซิลิโคนแท่ง 

ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เป็นซิลิโคนชนิดเดียวกับที่ใช้ในการเสริมจมูก มีทั้งแบบที่ขึ้นรูปมาแล้วจากโรงงานแล้วนำมาตกแต่งนิดหน่อยก่อนเสริมเข้าไป และชนิดที่แพทย์ต้องเหลารูปขึ้นมาเองให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน ขึ้นอยู่กับความถนัดของแพทย์ว่าจะใช้แบบไหน

การผ่าตัดเพื่อเปิดแผลมี 2 แบบ คือ

  • เปิดแผลภายในช่องปาก

ข้อดี : ไม่มีแผลเป็น เพราะมองไม่เห็นแผลจากภายนอก

ข้อเสีย : แม้มองไม่เห็นแผลภายนอก แต่แผลในปากที่อยู่ติดกับร่องเหงือกจะไม่ค่อยสวยและเห็นชัด มีโอกาสติดเชื้อสูง เพราะในช่องปากมีน้ำลายตลอดเวลา และตอนทานอาหาร เศษอาหารอาจตกลงไปตามขอบแผลได้ การวางซิลิโคนไว้ให้ติดกับกระดูกกรามล่างนั้น มีโอกาสเคลื่อนที่และไม่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้ อาจเกิดปัญหากับกล้ามเนื้อคางและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ ส่งผลให้มีการหดตัวของกล้ามเนื้อคาง เมื่อมองจากภายนอก ผิวหนังอาจดูไม่เรียบเนียนได้ มีพื้นที่ในการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด ต้องกรีดเปิดแผลในปากค่อนข้างยาวเพื่อวางซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อช้ำและมีเลือดออกมาก การเย็บปิดแผลก็ค่อนข้างยุ่งยาก เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ยาก เพราะแผลเย็บในปากมีมากแล้ว การผ่าตัดซ้ำอีกก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแผลมากขึ้น

  • เปิดแผลภายนอกช่องปาก

ข้อดี : มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าการเปิดแผลในช่องปาก กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เพราะแพทย์สามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาทเพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกกรามได้ โดยตรง เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายกว่า เพราะสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลภายนอกได้เลย สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

ข้อเสีย : มีแผลเป็นเล็กน้อย ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร การเปิดแผลภายนอกไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid)

เสริมคาง

แพทย์จะดูภาพรวมทั้งหมดก่อนว่า มีความผิดปกติที่ส่วนอื่นร่วมด้วยหรือไม่ จะได้แก้ไขปัญหาให้ถูกจุดหรือรักษาร่วมกันได้ ความผิดปกติที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แก่

  • การสบฟัน คางที่เล็กนั้นบางครั้งมีสาเหตุมาจากกระดูกกรามที่เล็กและถอยร่นไปด้านหลังมากจนผิดปกติ การขบเคี้ยวจึงมีปัญหาไปด้วย ดังนั้น รักษาโดยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเลื่อนกราม อาจเป็นการรักษาที่ถูกต้องมากกว่าการเสริมคางอย่างเดียว

  • กระดูกกรามและส่วนอื่นมีความผิดปกติด้วย เช่น ขนาดของกระดูกกรามด้านหลัง มีความยื่นหรือยาวผิดปกติหรือไม่ บางครั้งคนไข้มีปัญหาเรื่องกรามเอียง ก็ควรทำการรักษาให้เรียบร้อยก่อนเสริมคาง ไม่อย่างนั้นอาจทำให้เห็นอาการกรามเอียงชัดเจนยิ่งขึ้น

  • ขนาดของคาง ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ ไม่ใช่ว่าจะเสริมขนาดเท่าไหร่ก็ได้ เพราะถ้าเสริมขนาดใหญ่เกินไปอาจมีปัญหาต่อผิวหนังและกระดูกคางในระยะยาวได้ ดังนั้นหากคางเดิมเล็กมาก การผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างของกระดูกคางอาจจะเป็นคำตอบที่ดีกว่าการเสริมคาง

วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

1. ประคบเย็นบริเวณคางจนกว่าจะยุบบวม

2. นอนยกศีรษะสูงใน 2 วันแรก

3. อย่ายิ้มกว้างมากในช่วงแรก

4. งดอาหารที่มีลักษณะแข็งมากและรสเผ็ดจัด และให้ดื่มน้ำโดยใช้หลอด

6. หลีกเลี่ยงของหมักดอง ปลาดิบ หรืออาหารที่มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย

5. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ใน 2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด

6. บ้วนปากบ่อยๆ ด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปาก

7. งดออกกำลังกายหนัก และการทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวแรงๆ ประมาณ 1 เดือน

8. สามารถแกะพลาสเตอร์ปิดแผลออกได้ภายใน 3-5 วัน

9. แพทย์จะนัดดูอาการหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์

**หากพบอาการผิดปกติใด ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบทันที และควรปฎิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์อย่างเคร่งครัด**

รีวิวเสริมคาง :

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

บริการของเรา

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

ศัลยกรรมหน้าผาก

Line ID : @eleganceclinic 

Line ID : @eleganceclinic 

Line ID : @eleganceclinic 

แผนที่ :

แผนที่ :

แผนที่ :

แผนที่ :

แผนที่ :

แผนที่ :

ศัลยกรรมหน้าผาก

บริการของเรา

ศัลยกรรมเหนียง
ศัลยกรรมร่องแก้ม
ศัลยกรรมตกแต่งแก้ไข

รวมโปรโมชั่นศัลยกรรม

สนใจสอบถามเพิ่มเติม

แผนที่ :

เบอร์ติดต่อ : 080 416 4924 / 094 294 9329

Line ID :

(มี@นำหน้า)

FB inbox :

To play, press and hold the enter key. To stop, release the enter key.

press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom